ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักรเก็นโซเคียว สมัครสมาชิกแล้วมาคุยกันค่ะ ^^
...ใครที่หลงเข้ามาที่นี่ด้วยการอ่านโปสเตอร์ที่ มจพ. กรุณาแนะนำตัวก่อนที่ กองบัญชาการชมรมเฮเคียว...
ที่นี่รับสมัครทีมงานเป็นจำนวนมาก อ่านรายละเอียด ที่นี่~
ยินดีต้อนรับ Anity&KO-TAKU เพื่อนบ้านของเราคนใหม่ ด้วยความยินดียิ่งค่ะ~~ 'w'
การประกวดหา"เทพีม่วง-ชมพู"ครั้งที่ 1 เริ่มต้นแล้วนะคะ อ่านรายละเอียดที่นี่~
ระยะนี้บอร์ดเริ่มเงียบๆ ช่วยๆกันรั่วหน่อยนะคะ ^^"
มาโตะ said : อะต้าาาาาาาา~~!!!

นาฬิกา

ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ


    ออกแบบตัวละครมังงะ : ตัวละครที่ยอดเยี่ยมมาจากไหน ?

    Share

    shiroi karasu
    四番の妖怪
    四番の妖怪

    จำนวนข้อความ : 123
    Points : 545
    Reputation : -2
    Join date : 20/08/2010
    Age : 24
    ที่อยู่ : Gensokyo

    ออกแบบตัวละครมังงะ : ตัวละครที่ยอดเยี่ยมมาจากไหน ?

    ตั้งหัวข้อ by shiroi karasu on Thu Sep 30, 2010 2:09 pm

    มนุษย์มีความเชื่อว่า ในชีวิตของตนจะต้องพบเรื่องราวต่างๆ ที่จะส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลง และหวังว่าเราจะเป็นเหมือนตัวละครนำในเรื่อง ที่จะต้องพบเจอกับปัญหาเหล่านั้น



    ผู้เสพเรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะเป็น นิยาย ภาพยนตร์ หรือแม้แต่การ์ตูนเอง

    ก็ต้องการติดตามตัวละครที่มีบางส่วนดูคล้ายกับชีวิตของเรา เพื่อติดตามดูการแก้ปัญหาของตัวละครนั้น



    ผู้อ่านที่เป็นเด็กผู้ชาย เมื่อพบเจอกับตัวละครนำที่เป็นเด็กผู้ชาย

    เขาจะเริ่มมองหาว่ามีสิ่งใด ในตัวละครนั้นๆที่เหมือนกับตนเอง แล้วจึงเลือกที่จะติดตาม เช่น เป็นเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ความสนใจล่ะ? มีความสนใจในพลังวิเศษ !


    ผู้อ่านที่เป็นเด็กชอบเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว


    ตัวละครในเรื่องหลังจากได้พลังมาก็ไปโรงเรียนตามปกติเหมือนคนอ่าน และก็เริ่มใช้พลังวิเศษในโรงเรียนอย่างสนุกสนาน

    สำหรับเด็กแล้วเป็นอะไรที่ โอ้! ใช่เลย ถ้าฉันได้พลังแบบนี้มา คงจะสนุกไม่น้อย

    หลังจากนั้นเด็กผู้ชายที่อ่านก็จะเริ่มติดตามการกระทำและเรื่องราวของตัวละครนั้น จนกระทั่งนำแบบอย่างพฤติกรรมของตัวละครนั้นมาเป็น ข้อคิด และ แรงบันดาลใจในการดำรงชีวิตต่างๆ






    การที่จะทำให้ผู้อ่าน เกิดความรู้สึก "อิน" และติดตามตัวละครนั้นได้
    ตัวละครนั้นๆจะต้อง "ดูราวกับมีชีวิตอยู่จริงๆ"มากพอ


    ผู้เขียนที่ขาดความรู้ความเข้าใจในเพื่อนมนุษย์ จะไม่สามารถสร้างตัวละครที่ราวกับมีชีวิตอยู่จริงได้เลย

    ส่วนมากคนเราจะติดตามการกระทำของตัวละครหลักในเรื่อง เพราะเห็นได้บ่อยที่สุด

    ดังนั้นถ้าตัวละครนำ เรื่องอย่าง "พระเอก" หรือ "นางเอก" โดนคนส่วนใหญ่เกลียดนี่คงไม่ดีแน่ เห็นแวว การ์ตูนเจ๊งอยู่รำไร

    ตัวละครนำที่ออกแบบมาควรจะอยู่ในระดับที่ "คนส่วนใหญ่ชอบ" "คนส่วนน้อยไม่เกลียดมาก"

    ตัวละครประกอบในเรื่องก็ควรจะ "หลากหลาย" เข้าไว้

    เหมือนยิงปืนไปร้อยนัดก็ต้องโดนสักดอกบ้างล่ะ



    ยิ่งถ้าตัวละครในเรื่องนั้นมีลักษณะคาแร็กเตอร์ที่แตกต่างกัน ขัดแย้งกัน ก็จะยิ่งขับ"จุดเด่น"ซึ่งเป็นเสน่ห์ของคาแร็กเตอร์แต่ละตัวให้ดูโดดเด่นขึ้นอีก

    ตัวละครหญิงนิสัยหวานๆจะดูชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อในเรื่องมีตัวละครหญิงนิสัยเปรี้ยวจี๊ดคอยทำอะไรที่ดูขัดแย้งกับสาวหวานอยู่ในเรื่อง



    ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า การ์ตูนที่สนุกต้องเป็นการ์ตูนที่มีคาแร็กเตอร์หลากหลายและชัดเจน







    จิตวิทยาพัฒนาการของผู้อ่านและคาแร็กเตอร์



    การจะทำตัวละครในการ์ตูนให้สมจริงนั้น เริ่มแรกเดิมทีผู้วาดการ์ตูนที่วาดมาตั้งแต่เด็กๆ อาจจะนำตัวคนเขียนเองใส่เข้าไปในเรื่องราว โดยนำเพื่อนรอบข้างของเขามาเขียนเป็นตัวละครด้วย

    ถ้าเราพยายามเขียนให้ตัวละครมีนิสัยเหมือนเพื่อนคนนั้นจริงๆ โดยการพยายามเขียนถึงนิสัยเด่นๆ อย่างเช่น เป็นคนห้าวหาญไม่กลัวใคร เป็นคนร่าเริง ใจดีกับทุกคน เป็นคนเย็นชา เงียบๆไม่คุยกับใคร

    การพยายามสังเกตพฤติกรรมของเพื่อนๆแล้วนำมาเขียนเนี่ยแหละ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการทำ ตัวละครให้มีชีวิตจริงๆแล้วล่ะ


    วิธีการสังเกตพฤติกรรมมนุษย์ แล้วนำมาตั้งคำถาม (ถ้าเขาเจอเหตุการณ์นี้ จะทำยังไง) และหาคำตอบ(ทำไมเค้าถึงทำเช่นนั้น) โดยการพยายามศึกษาข้อมูลรอบด้าน ทั้งพื้นฐานจิตใจในวัยเด็ก ครอบครัว และ สิ่งแวดล้อม

    สิ่งเหล่านี้จัดว่าเป็น "จิตวิทยา"

    การจะทำตัวละครให้ดูราวกับมีชีวิตอยู่จริงนั้น ถ้าขาดจิตวิทยาแล้วละก็ ผู้เขียนอาจจะเขียนแต่ตัวละครซ้ำๆกับการ์ตูนเรื่องอื่น แล้วสั่งให้ตัวละครในเรื่องกระทำสิ่งต่างๆเหมือนหุ่นกระบอกที่ดูเหมือนไม่มีชีวิตอยู่จริง สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้ผู้อ่านรู้สึก"ทำไมมีแต่พระเอกซ้ำๆซากๆ เดาง่าย แบบนี้เนี่ย !น่าเบื่อที่สุด"


    การศึกษา"จิตวิทยา"จะทำให้ ผู้เขียนเข้าใจในเพื่อนมนุษย์ และ เข้าใจในตัวละครของตนเอง ตั้งแต่พื้นฐานจิตใจของตัวละคร ครอบครัว สังคม สิ่งแวดล้อม ผู้เขียนจะสามารถ"ทำนาย"และ "ควบคุม" พฤติกรรมและวิถีชีวิตของตัวละครได้ราวกับมีชีวิตอยู่จริง



    การศึกษา"จิตวิทยา"หรือ การศึกษาพฤติกรรมมนุษย์เหล่านี้ ไม่จำเป็นว่าผู้เขียนการ์ตูนจะต้องไปลงเรียนคอร์สทางด้านจิตวิทยามาแต่อย่างใด คนเราสามารถมีความสามารถทางจิตวิทยาทุกคน แต่ละคนอาจจะมีพรสวรรค์ทางด้านนี้มากน้อยต่างกัน แต่ทุกคนก็สามารถทำได้ทั้งนั้น


    ปัจจัยที่ทำให้เรามีความสามารถในการสร้างชีวิตจิตใจให้กับตัวละคร ให้มีความหลากหลายและสมจริงนั้น ประกอบไปด้วย




    1.ประสบการณ์ชีวิต



    เคยสังเกตไหมว่า ทำไมนักประพันธ์ที่มีอายุถึงทำตัวละครได้ดูลึกซึ้ง งดงาม และมีมิติมากกว่านักประพันธ์รุ่นเยาว์


    บางคนอาจมองว่าเป็นเพราะ ประสบการณ์ในการเขียน

    ก็มีส่วน แต่ไม่ทั้งหมด

    ผู้ที่มีประสบการณ์ชีวิตมากๆ จะได้ผ่านเรื่องราวที่มีอยู่จริงมาเยอะกว่าคนที่ไม่เคย

    ทำให้สามารถจับเรื่องราวมาเรียงร้อยเป็นงานประพันธ์ที่ "ผู้เขียนที่ไม่เคยมีประสบการณ์"ไม่สามารถทำได้




    คนเขียนอายุน้อยๆจะไม่สามารถ เสนอแง่มุมทางการเมืองและสังคมที่ลึกซึ้ง เข้มข้น ได้เท่ากับคนเขียนอายุ 60 ที่ผ่านเรื่องราวและสมรภูมิมาโชกโชน

    ดังนั้นใครจะเขียนการ์ตูนให้สนุกก็ต้องหาประสบการณ์ชีวิตให้มากๆ






    2. การสังเกตพฤติกรรมมนุษย์



    ถ้าโดยพื้นฐาน เราเป็นคนที่มีความสนใจในจิตใจของตนเองและคนรอบข้างแล้วละก็

    ถือว่ามี "เซ้นส์" ทางจิตวิทยาแล้ว


    การจะสร้างตัวละครในการ์ตูนให้ราวกับมีชีวิตอยู่จริง จะต้องสังเกตจากคนที่มีชีวิตอยู่จริงๆ

    ไม่ใช่อ่านจากตำราหรือการ์ตูนมาอย่างเดียว






    3.ขอบเขตในการเรียนรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์




    แค่สังเกตพฤติกรรมมนุษย์ อย่างเดียวอาจจะทำให้สร้างตัวละครที่หลากหลายได้ แต่ยังไม่พอ

    เพราะเราอาจจะสรุปเอาเองแค่มองฉาบเดียว



    อย่างเช่น "คนเป็นคุณหนูมักจะขี้โอ่ และอ่อนแอ"

    จริงอยู่ว่าเราอาจจะสร้างตัว ละครแบบนั้นได้



    แต่ถ้าเกิดโดนตั้งคำถามว่า "ทำไมคนเป็นคุณหนูต้องขี้โอ่และอ่อนแอล่ะ"

    สุดท้ายเราก็อาจจะตอบได้ไม่สมจริง

    เพราะ "เราไม่เคยตั้งคำถามหลังจากสังเกต พฤติกรรมมนุษย์ เรามองคนแค่ผิวเผิน แล้วตัดสินเอาเอง"


    ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า การจะทำตัวละครให้มี "มิติ" และ ดูมีชีวิตอยู่จริง จะต้องศึกษาอย่างละเอียดลึกซึ้งพอ อาจจะใช้วิธีการศึกษาให้มากขึ้น พูดคุยกับเพื่อนมนุษย์ ตั้งคำถามและค้นคว้าหาคำตอบจากแหล่งความรู้ต่างๆ






    4. ความสามารถทางจิตวิทยา



    การสังเกตจากภายนอกและใช้ ประสบการณ์ชีวิตอาจจะทำให้ เรามีความรู้และความเข้าใจในตัวละครระดับหนึ่ง

    แต่การที่เราจะ"บรรยาย อธิบาย ทำนาย และ ควบคุม"พฤติกรรมของตัวละครในเรื่องของเราได้อย่างสมจริง ก็จำเป็นที่ผู้เขียนจะต้องมีความรู้ทางด้านจิตวิทยา ที่เกิดจากการศึกษาทางด้านจิตวิทยาโดยเฉพาะ


    อย่างเช่น เราจะออกแบบตัวละครที่เป็นผู้สูงอายุ อยากค้นคว้าว่า
    "ในสถานการณ์แบบนี้เนี่ยผู้สูงอายุจะรู้สึกอย่างไรกันแน่"

    เราอาจจะไปหา "หนังสือความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมและจิตใจของผู้สูงอายุ"มาศึกษา และเทียบกับการสังเกตตามธรรมชาติของจริง เพื่อให้เข้าใจผู้สูงอายุ จนกระทั่งเราสามารถที่จะ "ทำนาย และ ควบคุม" พฤติกรรมของผู้สูงอายุในเรื่องได้ว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นผู้สูงอายุจะตัดสินใจอย่างไร




    5.ความสามารถในการออกแบบ



    คำว่า "ออกแบบ" หมายถึง การวางแผน นั้นเอง

    แม้ตัวละคร ใน การ์ตูนของ เราจะมีความหลากหลายและสมจริงเพียงไร ถ้าเราไม่ได้ออกแบบเพื่อให้คนอ่านการ์ตูนในกลุ่มเป้าหมายชอบ ก็ใช้ไม่ได้เช่นกัน

    ดังนั้นเราต้องรู้จักการออกแบบ ก็คือต้องรู้จักการวางแผนโดยใช้ข้อมูลต่างๆมาจัดเรียงกันในตัวละคร เพื่อให้เป็นตัวละครที่สุดยอด ผู้คนชื่นชอบ


    การออกแบบตัวละครในการ์ตูน ทั้งรูปร่างหน้าตา เสื้อผ้า อาชีพ เป้าหมายชีวิต ความสามารถ สภาพครอบครัว จุดอ่อน การพูดจา และอื่นๆอีกมากมายทั้งหมดของตัวละครนั้นๆ จะต้องเข้ากันได้อย่างดี และ โดนใจกลุ่มเป้าหมายที่อ่านการ์ตูนด้วย







    ปัญหาที่พบบ่อยในการออกแบบตัวละคร




    1. นิสัย ความคิด การกระทำของตัวละคร เปลี่ยนแปลงกลางเรื่อง




    เกิดจากที่คนเขียนไม่สามารถควบคุมตนเองได้ เมื่อสภาพจิตใจและความคิดของคนเขียนเปลี่ยนเนื่องจากสภาพแวดล้อม

    เช่น เกิดปัญหาบางอย่างขึ้นในชีวิตคนเขียน แล้วคนเขียนอยู่ๆก็เอาความคิดการกระทำของตัวเอง หรือคนอื่นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่ตนเองกลุ้มใจ นำเข้ามาใส่ในตัวละครระหว่างเรื่อง ทำให้อยู่ๆตัว ละครก็ทำนิสัยแปลกๆที่ขาดความสมจริงตามวิถีชีวิตของตัวละครขึ้นมา




    2. ตัวละครดูคล้ายๆกันหมดในเรื่อง



    ที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด คือ ตัวละครทุกตัวในเรื่องมีหน้าตามุ่งมั่นเหมือนกันหมดเลย (สังเกตจากรูปแบบคิ้วตัวละครจะขมวดคิ้วตั้งหางชี้ขึ้นเหมือนกันหมด)


    มักเกิดขึ้นเวลาที่คนเขียนเปี่ยมไปด้วยจิตใจมุ่งมั่น แต่เราไม่ควรนำมาใส่ในตัวละครทุกตัว

    อย่าลืมว่าแม้แต่สถานการณ์ที่คับขันที่สุด ก็อาจจะมีตัวละครที่คิ้วตกแล้วหัวเราะอยู่บ้างล่ะ



    ถ้าในเรื่องของคุณมีแต่ตัวละครคิ้วขมวดหน้าตามุ่งมั่นเหมือนกันหมด

    แสดงว่าเริ่มใส่ตัวตนของคนวาดลงไปมากเกินไป ทำให้ตัวละครขาดความหลากหลายแล้ว

    ไม่ดีแน่ถ้าจะต้องอ่านการ์ตูนที่มีตัวคนเขียนก๊อปปี้อยู่เต็มการ์ตูนไปหมดแบบนั้น



    เวลาเขียนต้องมองโลกผ่านตัวละครนั้นๆอย่างแท้จริงนะ





    ใส่ตนเองลงไปในตัวละครอย่างไร.........ให้เนียน....




    แม้จะต้องระวังเรื่องการใส่ "ตนเอง"ลงไปในตัวละครมากเกินไป

    แต่ไม่ได้ห้ามใส่ เพราะมันห้ามกันไม่ได้

    งานศิลปะที่ใช้ในการถ่ายทอดอย่างการ์ตูน ก็มักจะต้องถ่ายทอดด้วยตัวคนเขียนเองเพียงคนเดียวอยู่แล้ว



    ดังนั้นหัวข้อนี้จะว่าด้วย การใส่ตนเองลงไปในแต่ละตัวละครอย่างไรให้เนียน




    1) การเข้าทรงตัวละคร



    การจะจินตนาการ การเคลื่อนไหว การตัดสินใจ หรืออารมณ์ของตัวละคร

    จะต้องใช้วิธีการ "เข้าทรง"



    การเข้าทรง คือ การนำวิญญาณของตัวละครมาประทับร่างของตนเอง แล้วปล่อยให้เรื่องมันดำเนินไป


    อย่างเช่น ถ้าผู้เขียนซึ่งเป็นผู้ชายจะเล่าเรื่องความคิดความรู้สึกของผู้หญิง

    ผู้เขียนก็ต้องจินตนาการสวมวิญญาณของผู้หญิงให้สมจริง แล้วจินตนาการให้เต็มที่ก่อนลงมือเขียน ให้มองเรื่องผ่านมุมมองของตัวละคร ที่ละตัวขณะเข้าทรง

    จดบันทึก แล้วนำมาเรียบเรียงใส่โครงเรื่อง



    2) ใส่ไว้แค่ตัวละครหนึ่งๆในเรื่อง แล้วทำโทนเรื่องให้เป็นแบบที่เราต้องการ


    สมมติว่าผู้เขียนเป็นคนที่มองโลกแง่ร้าย คิดว่าคนเราทุกคนเห็นแก่ตัวเป็นรากเหง้า

    เราต้องใส่ตัวละครที่มองโลกแง่ดี ร่าเริงสุดๆลงไปในเรื่อง(ต้องทำให้สมจริงมากๆ)

    เสร็จแล้วก็สร้างตัวละครที่มองโลกแง่ร้ายให้เป็นฝ่ายที่ควบคุมโทนเรื่อง


    เป็นการแอบใส่ตนเองลงไปในตัวละคร(ที่มองโลกแง่ร้าย) ได้อย่างเนียนเหมือนกัน


    **จะเห็นว่าสุดท้ายเราก็ต้องเข้าใจลักษณะนิสัยของบุคคลที่ในชีวิตจริงเราขัดแย้ง หรือ ไม่ชอบ ด้วย**



    3) การแบ่งวิญญาณ



    ผู้เชียนที่ชำนาญ ผ่านสมรภูมิมามากทางด้านการเขียนการ์ตูนที่มีตัวละครหลากหลาย

    จะสามารถแบ่งวิญญาณของตนเองออกไปใส่ในแต่ละตัวละคร

    คล้ายๆการเข้าทรง แต่การเข้าทรงจะทำเป็นรายตัว ในขณะที่การแบ่งวิญญาณจะทำทีละหลายๆตัวละคร



    วิธีการคือ ก่อนอื่นเราต้องรู้จักตนเองอย่างถ่องแท้ทุกซอกทุกมุม เราจะพบว่าในร่างกายเรามีจิตใจที่ซับซ้อน หลากหลาย และขัดแย้งกันอยู่

    ให้เรานำแต่ละส่วนของความนึกคิดที่ขัดแย้งกันอยู่มาเขียนเป็นตัวละคร



    เช่น ตัวเราเป็นคนที่มุ่งมั่น ไล่ตาม ความฝัน บอกว่ามีชีวิตอยู่เพื่อความฝัน

    แต่ใจหนึ่งก็อยากให้คนที่ตัวเองรักมีความสุข

    เราจะแยกได้ 2 ตัวละคร คือ

    ตัวละครแรกที่เห็นแก่ตัวไล่ตามความฝันแม้จะสูญเสียเพื่อนไป

    ส่วนอีกคนคือคนที่มีชีวิตอยู่เพื่อรักใครสักคน




    4) กำลังชอบอ่านการ์ตูนเรื่องไหนอยู่ ตัวละครของเราก็กลายเป็นเรื่องนั้น



    เวลาเขียนๆการ์ตุนอยู่ อยู่ดีๆตัวละครในเรื่องก็เปลี่ยน

    เพราะเราไปคลั่งตัวละครในการ์ตูนเจ๋งๆเรื่องอื่นซะนี่



    มีวิธีแก้อยู่ คือ การ"บิด"ตัวละคร แล้วนำมาเล่าด้วยการเข้าทรงแล้วเขียน

    การบิดตัวละคร คือ การนำตัวละครมาเปลี่ยนแปลงข้อมูลบางอย่างจนแปรสภาพเป็นตัวละครใหม่



    เช่น ชอบตัวละครในเรื่องหนึ่งที่ตัวเอกเป็นคนที่ชอบเก๊กเท่ห์ สายตาเย็นชา

    ให้เราบิดเป็นเก๊กเท่ห์ แต่ติงต๊องๆชอบกินซาละเปา (รูปร่างภายนอกต้องเปลี่ยนเยอะๆด้วย)

    จะทำให้ตัวละครดูไม่ใช่คนเดิม แต่อาจจะมีวิญญาณของตัวละครนั้นๆเจือปนอยู่



    ที่สำคัญ คือ อย่าเอาตัวละครมาจากเรื่องเดียวกันมากนัก ใช้หลายๆเรื่องหน่อย



    วิธีการบิดตัวละครแล้วเข้าทรงนี้ เหมาะสำหรับคนที่มีพื้นฐานจิตวิทยาการออกแบบตัวละครที่แน่นแล้ว เพราะถ้าไม่แน่นพอ เราจะไม่สามารถ"บิด"ให้เกิดตัวละครใหม่ได้ แต่จะดูเป็น"ลอกมาทั้งดุ้น"




    lสูตรออกแบบบุคลิกของคาแร็คเตอร์แบบสำเร็จรูป



    1. กลางๆจืดๆ

    ตัวละครที่ธรรมดาๆ ไม่ดีเกินไป ไม่เลวเกินไป จืดสนิท ไม่เด่นอะไร ดูไม่มีแก่นสาร


    ขัดแย้งกับ : ห้าวตรง เพราะห้าวตรงจะมองว่าอ่อนแอ ไม่เด็ดเดี่ยว


    สนับสนุนกับ : ทุกแบบนอกจากห้าวตรง เพราะเป็นคนที่กลางๆ



    2. ห้าว,ตรงๆ

    ตัวป่วน ตัวว้าก ตัวนำเรื่องเดือดร้อนมาให้ของกลุ่ม ตัวโหด ตัวโวยวาย


    ขัดแย้งกับ : ตัวละครเงียบๆ เพราะดูฉลาดเกินไปเดาใจยาก ไม่รู้จะต่อกรยังไง


    สนับสนุนกับ : ตัวละครใจดี เพราะแพ้ความอ่อนโยน



    3. ใจดี,เรียบร้อย


    อ่อนโยน อ่อนหวาน มองโลกแง่ดี แม่พระ พ่อพระสุดๆ


    ขัดแย้งกับ : ไม่ค่อยมี


    สนับสนุนกับ : แทบทุกคน



    4. เงียบ เย็นชา


    ปากรูดซิป เดาใจยาก ดูฉลาด เย็นชา มืดมน


    ขัดแย้งกับ : แทบทุกคน เพราะไม่ชอบสุงสิงกับใคร


    สนับสนุนกับ : ไม่ค่อยมี เพราะไม่ชอบยุ่งกับใคร



    5. ตลก,สนุกสนาน


    หัวเราะได้ตลอด ร่าเริงได้ทุกเวลา ชอบการปาร์ตี้เป็นที่สุด ชอบเรื่องสนุกสนาน


    ขัดแย้งกับ : ตัวละครเงียบๆ เพราะมันเงียบเกินไป


    สนับสนุนกับ : กลางๆจืดๆ กับ ใจดี เพราะพวกเค้ารับมุข





    คาแร็กเตอร์พื้นฐานทั้ง 5 นี้ เป็นคาแร็กเตอร์ที่มีความขัดแย้งกันเองในเชิงบุคลิก และความสัมพันธ์ ทำให้ดูหลากหลาย น่าติดตาม

    ความขัดแย้งที่เกิดจะขับจุดเด่นของตัวละครให้เด่นขึ้นด้วย




    ควรใช้คาแร็กเตอร์ 5 แบบ ในกลุ่มของตัวละครในเรื่อง

    เช่น กลุ่ม A มีบุคลิก 1 - 3 / กลุ่ม B มีบุคลิก 1 - 5

    เรื่องสั้นอาจจะใช้แค่กลุ่มเดียว และเรื่องขนาดกลางอาจจะนำทั้ง 2 กลุ่มมาประจันหน้ากัน

    ซึ่งจะมีทั้งบุคลิกที่ขัดแย้งกัน(ว้ากกัน) และบุคลิกที่สนับสนุนกัน(ปลอบกัน)



    5 แบบนี้เป็นพื้นฐานสำเร็จรูปในการออกแบบกลุ่มคาแร็กเตอร์

    คนที่กำลังฝึกอาจจะลองหัดเขียน 5 แบบนี้ให้ชำนาญ ตัวละครดูชัดเจน

    เมื่อเริ่มคล่องแล้วค่อยลองใส่ส่วนผสมเพิ่มเติมลงไป จะทำให้ตัวละครมีมิติยิ่งขึ้น




    แม้จะมีสูตรอยู่ แต่ก็ไม่ควรจะยึดติดกับเรื่อง"ขัดแย้ง" หรือ"สนับสนุน" ที่เขียนมามากนัก

    เพราะมันเป็นแค่รูปแบบตัวอย่างตัวละครระดับพื้นฐานเท่านั้น

    ในระดับสูง ตัวละครที่ใจดีก็อาจขัดแย้งกับตัวละครที่สนุกสนานได้ ตัวละครที่ห้าวก็อาจสนับสนุนตัวละครจืดๆได้


    อยู่ที่ความเข้าใจที่มีในวิญญาณของแต่ละตัวละครมากกว่า









    -------------------------------------------------------

    บทความ ออกแบบตัวละครมังงะ : ตัวละครที่ยอดเยี่ยมมาจากไหน ?

    ผู้เขียน Lugy

    อาจารย์พิเศษ คอร์สวาดการ์ตูนมังงะ ศูนย์ฝึกอบรมกิจกรรมวัฒนธรรมญี่ปุ่น มุซาชิ


    _________________


    Uploaded with ImageShack.us

    Get chance and luck!!

    whatwrongwith
    四番の妖怪
    四番の妖怪

    จำนวนข้อความ : 140
    Points : 545
    Reputation : 0
    Join date : 13/10/2010
    Age : 23
    ที่อยู่ : Home

    Re: ออกแบบตัวละครมังงะ : ตัวละครที่ยอดเยี่ยมมาจากไหน ?

    ตั้งหัวข้อ by whatwrongwith on Wed Oct 13, 2010 5:29 pm

    เห็นตัวหนังสือเยอะ แล้วปวดหัว - -

      เวลาขณะนี้ Fri Dec 09, 2016 6:30 pm