ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักรเก็นโซเคียว สมัครสมาชิกแล้วมาคุยกันค่ะ ^^
...ใครที่หลงเข้ามาที่นี่ด้วยการอ่านโปสเตอร์ที่ มจพ. กรุณาแนะนำตัวก่อนที่ กองบัญชาการชมรมเฮเคียว...
ที่นี่รับสมัครทีมงานเป็นจำนวนมาก อ่านรายละเอียด ที่นี่~
ยินดีต้อนรับ Anity&KO-TAKU เพื่อนบ้านของเราคนใหม่ ด้วยความยินดียิ่งค่ะ~~ 'w'
การประกวดหา"เทพีม่วง-ชมพู"ครั้งที่ 1 เริ่มต้นแล้วนะคะ อ่านรายละเอียดที่นี่~
ระยะนี้บอร์ดเริ่มเงียบๆ ช่วยๆกันรั่วหน่อยนะคะ ^^"
มาโตะ said : อะต้าาาาาาาา~~!!!

นาฬิกา

ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ


    Umineko no Naku Koro ni Chiru EP5 - End of the Golden Witch

    Share

    shindoukei
    幻想郷の管理者
    幻想郷の管理者

    จำนวนข้อความ : 25
    Points : 161
    Reputation : 0
    Join date : 02/08/2010

    Umineko no Naku Koro ni Chiru EP5 - End of the Golden Witch

    ตั้งหัวข้อ by shindoukei on Mon Aug 23, 2010 12:38 am

    จากที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า Umineko no Naku Koro ni นั้นเป็นเกมโนเวลที่ดังเกมนึง และ เมื่อไม่นานมานี้ อนิเมะเรื่อง Umineko no Naku Koro ni ก็ได้ฉายจบไปแล้ว
    แต่ Umineko no Naku Koro ni นั้นก็เหมือน higurashi no naku koro ni คือ แบ่งเป็น 2 ภาค คือ ภาคปริศนา และ ภาคเฉลย
    ในEP1-4 ที่อนิเมะฉายจบไปนั้นเป็นส่วนของภาคปริศนา ส่วนตั้งแต่EP 5 ไปนั้นเป็นส่วนของภาคเฉลย โดยใช้ชื่อว่า Umineko no Naku Koro ni Chiru

    ในกระทู้นี้จะมีการลงสปอย เนื้อเรื่องในเกม Umineko no Naku Koro ni Chiru EP5 - End of the Golden Witch ซึ่งแป็นบทเฉลย บทแรกนั่นเอง(ท่าใครที่เล่นอยู่ แล้วไม่อยาก รู้ก่อนก็ ไม่ต้องอ่านก็ได้นะ)

    Umineko no Naku Koro ni Chiru EP5 - End of the Golden Witch
    ตอนแรกคือ
    Prelude
    Spoiler:
    เบียโต้หมดสภาพทำอะไรไม่ได้เหมือนตุ๊กตามีชีวิตเพราะยอมรับความพ่ายแพ้ในเกมที่แล้วและยังถูกพันธนาการด้วยโซ่นิรันดร์ของแลมด้า
    ทำให้หนีหรือทิ้งเกมก็ไม่ได้ด้วย
    แลมด้าเดลต้าใช้ตัวช่วย(Help)เป็นผู้คุมเกม(Game Master)แทนเบียโต้ ทำให้เกมยังไม่จบ
    แบทเลอร์ไม่ยอมลงเป็นผู้เล่น(Player)ในเกมของ 2 แม่มดเขาไม่สนใจและบอกว่านี่เป็นเกมของเขากับเบียโต้
    ทั้งๆที่แลมด้าบอกว่าเธอจะทำเกมนี้ไม่สมบูรณ์แบบทั้งๆที่เธอก็ทำได้
    และจะทำให้มีคำใบ้(Hint)เพียบยิ่งกว่าเกมของเบียโต้อีก
    และแม่มดทั้ง 2 บอกว่านี่เป็นเกมที่แก้ความเบื่อหน่ายของพวกเธอ
    2 แม่มดบอกว่าเบียโต้ที่เหมือนตุ๊กตานั้นยังคงเป็นผู้เล่น(Player)อยู่และถ้าเขาไม่ลงเล่นก็เท่ากับยอมแพ้
    และชะตากรรมอันโดดเดี่ยวของแองเจ่ในเศษเสี้ยว(Kakera)อื่นๆก็จะเป็นเช่นนั้นต่อไปตลอดกาล
    เบิร์นแกล้งแบทเลอร์ที่ไม่ยอมลงเล่นเกมโดยให้เขาได้เห็นฉากตอนที่แองเจ่พูดว่าเธอเป็นน้องสาวเขาและเธอก็กลายเป็น.........(เนื้อบด...T^T)ใน EP4
    เบิร์นบอกว่าแบทเลอร์ต้องสู้ต่อไป เพื่อแองเจ่และเธอก็อยู่ฝั่งเดียวกับเขาและเธอจะช่วยเขาเอง
    แบทเลอร์บอกว่าในเมื่อแลมด้าเป็นตัวแทนเบียโต้ได้
    เขาก็ให้เบิร์นเป็นผู้เล่น(Player)แทนเขา
    เบิร์นบอกว่าเธอจะเป็นผู้เล่น(Player)แทนเขาจนกว่าเขาจะพักผ่อนเสร็จ
    ซึ่งก็ตกลงกันเรียบร้อบและแบทเลอร์ก็จากไป

    แบทเลอร์กลับมาที่ เมืองแห่งทองคำที่มีเบียโต้ที่เหมือนกลายเป็นตุ๊กตาและเวอร์จิเลียอยู่
    แบทเลอร์พยายามคิดว่าทำไมเบียโต้ถึงพยายามสร้างเกมนี้ขึ้นมาและมีความหมายอะไรกับเบียโต้กันแน่
    ผ่านไปสักระยะแบทเลอร์คุยเรื่องเกมกับเรื่องของเบียโต้กับเวอร์จิเลียและโรโนเวก็ปรากฏตัวถามว่าจะรับนํ้าชาไหม
    แบทเลอร์และเวอร์จิเลียก็ให้โรโนเวเสิร์ฟนํ้าชาให้
    โรโนเวก็ถามแบทเลอร์ว่าการเดินทางในความคิดเพื่อที่จะเข้าใจความคิดของคุณหนูเป็นยังไงบ้าง
    แบทเลอร์ก็บอกว่าเขายังไม่เข้าใจอยู่ดี
    โรโนเวถามต่อว่าแบทเลอร์อยู่ที่นี่ต่อไปจะดีเหรอเพราะตอนนี้เกมเริ่มแล้ว
    และมีท่าทางว่าการฆาตกรรมใน ราตรีที่หนึ่ง ก็ใกล้จะเริ่มแล้วด้วย
    แบทเลอร์ถามโรโนเวว่าเกมของแม่มด 2 คนนั้นเป็นยังไงบ้าง

    "ไม่มีความรักเลยครับ ขอประทานโทษครับนี่เป็นคำพูดที่ดูเหมือนความคิดหญิงสาวมากไป...
    ...ถ้าจะให้บอกตามความคิดแบบชายหนุ่มก็คงจะเป็นไม่ผ่านเกณฑ์ครับ ดูผ่านๆอาจจะเหมือนเกมของคุณหนูแต่จริงๆแล้วต่างกันมากครับ"
    "แล้วเกมของพวกนั้นไปละเมิดกฏของเบียโต้รึเปล่า"
    "เปล่าครับ ท่านหญิงแลมด้าเดลต้าเข้าใจกฏในเกมของคุณหนูอย่างดีเยี่ยมครับ แต่..."
    "......................"
    แบทเลอร์ลุกขึ้นยืน
    "...แบทเลอร์คุง"
    "โทษทีนะโรโนเว อุตสาห์เสิร์ฟชาให้ทั้งที"
    "จะไปสินะครับ"
    "อ่า เกมของพวกเรา ไม่ต้องการพวกคนนอกมายุ่งด้วยอยู่แล้ว"
    ...พวกแม่มด 2 คนนั้นไม่ได้อยู่ที่นั่นตั้งแต่แรกแล้ว
    เพราะฉันมั่วแต่โอ้เอ้อยู่เลยถูกพวกแม่มดแปลกๆ 2 คนนั้นแย่งเกมกระดานไป
    "ต้องไปทวงคืนมา...นี่เป็นเกมกระดานของเบียโต้และตอนนี้ฉันก็รับฝากมันอยู่จะมั่วมาโอ้เอ้อยู่ที่นี่ไม่ได้ล่ะนะ"
    "ขอบใจมาก...ฉันอยากให้เด็กคนนี้ได้ฟังคำพูดนี้จริงๆ"
    "ต้องได้ยินแน่ๆครับ ถึงแม่คุณหนูจะตอบกลับไม่ได้ก็ตาม"
    เบียโต้ที่ตอนนี้เป็นเหมือนตุ๊กตาที่มีชีวิตและเธอยังถูกพวกบ้าที่ไหนก็ไม่รู้มาแย่งเกมกระดานของเธอและทำให้มันเละเทะ...
    เพราะฉันเป็นคนที่ถูกเธอเรียกให้เป็นคู่มือก็หมายความว่าเกมกระดานนี่เบียโต้ฝากมันไว้กับฉัน ฉันต้องไปทวงคืนมาจากพวกนั้น...
    "รอก่อนแล้วกัน...ฉันจะไปทวงมันคืนมาเอง"
    "........................"
    แน่นอนว่าเบียโต้ไม่ตอบอะไรกลับมา
    ...ใช่แล้ว ถ้าทนไม่ได้ละก็ ฉันจะเป็นคนปกป้องมันแทนเธอเอง...
    "ไปล่ะนะ เวอร์จิเลีย โรโนเว ฝากดูแลเจ้าหญิงนิทราของเมืองแห่งทองคำนี้ด้วยล่ะ"
    "ครับ ฝากให้เป็นหน้าที่ของพวกผมได้เลยครับ"
    "...ขอให้โชคดีนะ แบทเลอร์คุง และได้โปรด ...หาบางอย่างของเด็กคนนี้ในเกมที่แม้เด็กคนนี้จะไม่อยู่ก็ตามด้วยเถอค่ะ...
    ...ถ้าเกิดเธอพบมัน ถึงแม้จะทำให้เด็กคนนี้อยู่ในสถานการณ์ที่เป็นต่อก็ตาม.....มันก็เท่ากับว่าเธอได้สู้กับเด็กคนนี้อยู่ด้วย"
    "...อ่า...นั่นสินะ...ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ...นี่ฉันมั่วทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย"
    ไปเถอะ แล้วทวงมันคืนมา
    "โทษทีที่ปล่อยให้รอนะ พวกแม่มดทั้งหลาย การพักผ่อนของฉัน เสร็จเรียบร้อยแล้ว"

    เขาตะโกนใส่ท้องฟ้าที่มืดมิดแล้วทิวทัศรอบๆก็เหมือนกับกระจกแล้วแตกออกไป
    แล้วก็เหมือนกับอยู่ที่นั่นตั้งแต่แรก ห้องที่เขาเคยสู้กับเบียโต้ตอนนี้ถูกแม่มด 2 คนยึดไว้แล้ว

    "อะไรเนี่ย~ นี่นายเพิ่งจะกลับมาตอนนี้หรอ~ สายไปแล้วนะ~ เกมถึง วันที่2แล้วนะ ดำเนินไปไกล ไกลมากๆเลยนะ~"
    "แบทเลอร์ไม่กลับมาสักที ฉันเลยเล่นไปก่อนแล้ว"
    พูดมาได้...ไม่ได้คิดจะรอฉันตั้งแต่แรกอยู่แล้วแท้ๆ...
    "เบิร์นหัวดีกว่านายเยอะเลยล่ะ~ ฉลาดกว่าเยอะเลย~ เนอะ~?!"
    "หนวกหูจริง ฉันต่างหากที่เป็นผู้เล่น(Player)พวกแม่มดตัวแทนถ้อยไปได้แล้ว"
    "...ก็ไม่เป็นไรหรอกนะที่จะมาเล่นตอนนี้ แต่คิดว่าไม่เหลือตาเดินแล้วล่ะนะ"
    "ก็นั่นนะสิ นี่น่ะจะว่า Climax ก็ Climax แล้วนะ ด้วย Game Set ของฝั่งเบิร์นอะนะ"
    "ว่าไงนะ.....?!"
    "...ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ ครั้งสุดท้ายนี่ จะดูก็ไม่เป็นไรหรอก"
    "นั่นสิเนอะ มาสิ อุชิโรมิยะ แบทเลอร์ ถึงแม้เรื่องราวส่วนมากจะจบไปแล้วก็เถอะนะ
    สู่เกมที่แสน Cute และแสน Elegant! ที่ฉันสร้าง Episode 5 - End of the Golden Witch!"


    วันที่ 2 ของเกม
    วันที่ 5 ตุลาคม คศ.1986
    ณ ห้องนั่งเล่นมี แบทเลอร์ รูดอล์ฟ คิริเอะ เอวา นันโจ โกดะ คุมาซาว่า คาน่อน ชาน่อน นัตสึฮิ และเด็กสาวปริศนา
    ตอนนี้คนบนเกาะทั้งหมดคือคนที่อยู่ในห้องรับแขกนี้เท่านั้น
    และก็มีการชี้แจงแล้วว่าทุกคนมีหลักฐานว่าไม่ได้ทำการฆาตกรรม ยกเว้นเพียงคน คนเดียว
    และคน คนนั้นน่าจะเป็นฆาตกร

    "...เฮ้ย เฮ้ย...แบบนี้คนร้ายก็ปรากฏชัดเจนเลยสิ..." รูดอล์ฟพูด
    "ตราบเท่าที่แม่มดไม่ได้เป็นคนร้ายและก่อคดีฆาตกรรมนะ" คิริเอะพูดต่อ
    เอวาพุ่งเข้าไปหานัตสึฮิและจับคอเสื้อเธอ
    ".........เธอใช่ไหม?! ที่ฆ่าจอร์จกับสามีของฉัน! ทำไมฆ่าพวกเขา!! ทามมมมมมมมมมมม่ายยยยยยยยยยยยยยยย!!!"
    "ฉ ฉันไม่ได้ฆ่านะค่ะ!...ฉันไม่ได้ทำ...!!"
    "............................"

    คุณป้านัตสึฮิพูดทั้งๆที่เสียงของเธอฟังดูลุกลี้ลุกลน ถึงท่าทางของเธอจะไม่ลุกลี้ลุกลนก็ตาม
    ถ้าพูดอย่างใจเย็นก็คือ เธอปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างไร้เหตุผลและดูน่าสมเพช...
    ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ตาม แต่กำแพงของเหตุผมและหลักฐานก็ได้ล้อมรอบตัวเธอแล้ว

    เด็กสาวลุกขึ้น ผมยาวสลวยของเธอพริ้วไหวและเธอก็ชี้ไปที่คุณป้านัตสึฮิและพูดอีกครั้งว่า
    "...คนร้ายก็คือคุณนั่นละค่ะ คุณอุชิโรมิยะ นัตสึฮิ"

    Magic of Miracle I
    Spoiler:
    ย้อนกลับไป 2 ปีก่อน(1984) คินโซเสียชีวิต
    นัตสึฮิร้องไห้เสียใจมากและหลังจากที่ร้องเสร็จและพอทำใจได้เธอบอกว่าจะจัดงานศพให้สมเกียรติผู้นำตระกูลกับเก็นจิ นันโจ คุมาซาว่าและเคลาส์
    แต่เคลาส์ห้ามไว้และเรียกเธอไปคุยกันมุมห้องฝั่งที่มีหน้าต่างและให้คนอื่นรอที่ฝั่งที่มีโซฟา
    ก็ง่ายๆคือเคลาส์แอบเอาทรัพย์สินในคลังของผู้นำตระกูลมาใช้จำนองและยังมีหนี้สินอีกมากจึงไม่อยากให้มีการจัดงานศพ
    ถ้าเกิดพวกน้องๆของเขารู้เรื่องนี้และเรื่องที่คินโซเสียแล้วด้วยละก็คงมีการตรวจสอบทรัพย์สินในคลังของผู้นำตระกูลซึ่งคงปิดเรื่องแอบเอามาใช้จำนองไว้ไม่มิดและเขาคง......ซึ่งคำพูดเหล่านั้นของสามีเธอทำให้นัตสึฮิถึงกับอึ้ง
    ก็เลยเถียงกันยกใหญ่
    สรุปเคลาส์เชื่อคนง่ายโดนเขาหลอก...ทั้งๆที่นัตสึฮิก็เตือนแล้วว่าที่ได้ยินมามันเหมือนพวกหลอกลวงและห้ามไม่ให้ยุ่ง...
    แต่เคลาส์ดื้อดึงและไม่ยอมฟังคำเตือนของเธอ...
    หลังเถียงกันจนเคลาส์บอกว่าผู้หญิงอย่างนัตสึฮิจะไปรู้อะไร เงียบซะ...
    นัตสึฮิจึงบอกให้คนรับใช้และหมอนันโจแยกย้ายกันออกไปก่อนและห้ามบอกใครเรื่องการตายของคินโซเด็ดขาด
    และเธอก็พาเคลาส์ไปคุยกันในห้องนอนของเธอและพูดคุยถึงสถานการณ์ทางการเงินและธุรกิจอีกครั้ง ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องส่วนที่เธอไม่รู้
    เรื่องที่เคลาส์บอกว่าไม่เกี่ยวกับผู้หญิง
    ซึ่งนัตสึฮิก็รู้และเธอซึ่งเป็นภรรยาพยายามไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่การปกป้องครอบครัวก็เป็นหน้าที่ของภรรยาเช่นกัน ซึ่งกลายเป็นว่าเธอไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่นั้น
    นัตสึฮิได้รับรู้ถึงความผิดพลาดนั้น และคิดว่าสามีของเธอคงจะตัดสินใจอะไรเองทั้งหมดคงเหนื่อยน่าดู แต่เขามีอาการปวดหัวเหมือนเธอไหม เธอหยุดคิด...
    และรู้สึกตัวเมื่อนํ้าร้อนในกานํ้าร้อนเดือดและเธอจะไปรินนํ้าชาเพิ่ม เธอมองดูนิ้วของตัวเองที่กำลังจะจับถ้วยนํ้าชานิ้วของเธอสั่น...
    เคลาส์ทำธุรกิจหลายอย่างทั้งเป็นกองเงินทุนในสงครามและหนี้สินจากความล้มเหลวในธุรกิจเหล่านั้นก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
    แน่นอนว่าทรัพย์สินเหล่านั้นร่วมทั้งคฤหาสและอสังหาริมทรัพย์อื่นๆด้วย ถึงแม้เขาจะทำด้วยวิธีอื่นที่ถูกต้องตอนนี้
    การเอาทรัพย์ไปจำนองก็ยังคงหลงเหลืออยู่ในหนังสือบันทึกทรัพย์สิน
    ก็หมายความว่าเคลาส์เอาเงินในคลังทรัพย์สินของคินโซมาใช้เองตามอำเภอใจ และหลักฐานก็ยังลงเหลือในสมุดบันทึกทรัพย์สิน
    ซึ่งจะยอมให้ทั้งคินโซและพวกเอวารู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาดและเคลาส์เอามาใช้ด้วยวิธีที่แย่ที่สุดอย่างการเอาไปจำนอง...
    และเคลาส์ยังพูดในความหมายทำนองว่าเขาฝากทรัพย์สินไว้กับคนให้ยืมเงินหรือให้จำนอง
    ถ้าแค่ธนาคารละก็การต่อสู้ทางกฏหมายเพื่อเอาคืนยังพอเป็นไปได้
    แต่ถ้าเป็นคนให้ยืมเงินหรือให้จำนองละก็เรื่องเอาคืนมาเป็นไปได้ยากมากและอาจโดนกดดันด้วยกฏหมายทางสังคมอีก
    ซึ่งมันยิ่งกว่าการฝากจำนองไว้ที่ธนาคาร....
    ..แม้แต่คฤหาสน์ที่พวกเขาอาศัยอยู่ตอนนี้ก็อาจจะถูกคนที่ให้ยืมเงินหรือให้จำนองขายให้กับใครก็ได้และถ้าใครคนนั้นมาบอกว่าให้พวกเราออกไปจากคฤหาสน์
    พวกเราก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมออกไปโดยดี...
    ซึ่งก็เหมือนกับการขายบ้านไปโดยไม่จำเป็นต้องแจ้ง มันไม่ต่างกันเลย

    "คนให้ยืมเงิน(หรือให้จำนอง)เป็นคนที่เชื่อถือได้ พวกเราเชื่อถือกัน และพวกเขาเชื่อว่าฉันจะทำธุรกิจประสบผลสำเร็จแล้วเอาเงินมาคืน
    แล้วถ้าฉันลังเล? ก็จะกลายเป็นว่าฉันไม่มีความเชื่อมั่นในธุรกิจของตัวเองน่ะสิ?!"
    "................................."
    นัตสึฮิคิดจะบอกกลับไปว่า ถ้าธุรกิจเหล่านั้นสำเร็จปานนี้ก็ไม่มีหนี้สินแล้วละค่ะ
    ...แต่เธอก็เก็บคำพูดเหล่านั้นไว้
    "ถ้าเรื่องนี้แดงขึ้นมา คุณคงถูกพวกน้องๆรุมเล่นงานสินะค่ะ"
    ".............ถ้าแค่นั้นมันก็ดี.............แต่เรื่องคงเป็นคดีอาชญากรรม........."
    "ค คดีอาชญากรรม...ทำไมล่ะค่ะ"
    "...เธอไม่รู้เรื่องนี้น่ะดีแล้ว.....แล้วก็อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครเด็ดขาดนะ"
    "............................."

    ...เคลาส์ก้มหน้าแล้วพูดคนเดียว พึมพำ พึมพำ...
    ...คดีอาชญากรรมก็แปลว่าคงสามารถปกปิดมันได้ถ้ามีเงินก้อนใหญ่
    ...เคลาส์เชื่อว่าธุรกิจของเขาต้องประสบผลสำเร็จ ทำให้ถึงแม้จะผิดกฏหมายเขาก็เชื่อว่าคงสามารถปกปิดมันได้อยู่แล้ว
    ...ดังนั้นเขาจึงมีความรู้สึกหวาดกลัวในกฏหมายน้อยมาก
    ...แต่ตอนนี้เมื่อคินโซเสียไปทำให้กลายเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่ไม่สามารถปกปิดมันมิด
    แต่เคลาส์บอกว่าธุรกิจครั้งนี้ของเขาต้องสำเร็จแน่ แผนการดำเนินมาด้วยดีเลยอยากให้ปิดการตายของคินโซไว้ก่อน
    จนกว่าเขาจะทำแผนการนี้เสร็จและได้เงินก้อนโตมาใช้หนี้ทั้งหมด
    แต่แผนการที่ว่านี้ต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยเป็นปี...
    นัตสึฮิทั้งอึ้งและได้รับรู้ถึงความโง่เขลาและความน่าสมเพชของสามีของเธอ...
    ...และเธอก็โทษตัวเองว่าถ้าสามีเธอโง่เขลาผู้ที่ควรช่วยเหลือเขาก็คือเธอซึ่งเป็นภรรยา...
    แต่ว่าจะทำยังไงดีนั้น...เธอก็ยังนึกไม่ออก...
    เพราะถ้ามีวิธีที่หาเงินก้อนใหญ่ได้ง่ายๆละก็ไม่มีทางที่เคลาส์จะไม่ลองวิธีพวกนั้น
    จะพูดให้ยอมแพ้ก็แสนจะง่ายดาย
    แต่ว่านั่นไม่ใช่หน้าที่ของภรรยา
    เธอคืออุชิโรมิยะ นัตสึฮิ
    ...ผู้ที่ให้คำมั่นว่าจะประคบประคองว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไปเคลาส์ในฐานะของภรรยาและผู้หญิงคนหนึ่ง
    ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตามต้องช่วยสามีคิดวิธีหาเงินเพิ่มขึ้นมาให้ได้
    ...ถึงจะเข้าใจในหลักเหตุผลนั้น แต่เธอก็ไม่อาจทนกับความรู้สึกผิดหวังที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจของเธอได้...
    แล้วอยู่ๆเคลาส์ก็พูดถึงทองคำที่ซ่อนอย่างลับๆของคินโซ

    "ใช่แล้วทองคำที่ซ่อนอยู่ของท่านพ่อ ถ้าเพียงแค่หามันเจอละก็"
    แล้วเขาก็พุ่งเข้ามาจับท่อนแขนของนัตสึฮิด้วยความตื่นเต้นที่เขานึกวิธีแก้ปัญหาออก
    "...ฉ ฉันเจ็บนะค่ะ...ปล่อยเถอะค่ะ...คุณค่ะ"

    ...แค่เรื่องจำนองทรัพย์สินยังไม่พอ ยังมาเพ้อฝันถึงเรื่องทองคำที่ซ่อนไว้อีก...ซึ่งคำพูดเหล่านั้นของสามีเธอทำให้นัตสึฮิถึงกับอึ้งอีกครั้ง
    ปกติ ตัวเขาเองนั้นละที่ไม่เชื่อในการมีอยู่ของทองคำที่ซ่อนอยู่
    เขาเชื่อว่ามันเป็นแค่เรื่องหลอกเด็กที่ท่านพ่อแต่งขึ้นมาเท่านั้น
    ซึ่งเพราะแบบนั้นละทำให้ นัตสึฮิถึงกับอึ้งอีกครั้ง

    "นี่เป็นวิกฤตของครอบครัว ใช่แล้วให้เจสสิก้ามาช่วยกันหาด้วย! บางทีความคิดแบบเด็กๆอาจจะแก้ปริศนาได้ก็ได้
    พวกเราทุกคนต้องร่วมมือกัน! ใช่แล้ว กะอีแค่ปริศนาของท่านพ่อถ้าพวกเราร่วมมือกันทำไมจะแก้ไม่ได้ มีแต่ทางนี้เท่านั้น!!
    ...อ่า นัตสึฮิดีจริงๆ ยังมีทางเลือกเหลืออยู่อีก! ทางเลือกที่อยู่ใกล้ตัวแค่นี้เอง! เกาะนี้มีทองคำซ่อนอยู่! เพียงแค่หาทองคำนี้ได้ทุกอย่างก็เรียบร้อย!!
    วะ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า นัตสึฮิไปเรียกเจสสิก้ามาเร็ว ตอนนี้เดี๋ยวนี้เลย! พวกเรามาก้าวผ่านวิกฤตของครอบครัวด้วยกัน! เร็วเข้า!
    ทองคำซ่อนอยู่ที่เกาะนี้! มันอยู่ใกล้ๆตัวพวกเราเอง!!........อุ ว้า"
    เคลาส์ยื่นมือไปจะจับมือนัตสึฮิ แต่เธอปัดมือเขาออก ทำให้เขาไปสะดุดปลายเตียงและล้มลงบนพื้นอย่างน่าสมเพช
    "พอสักทีเถอะค่ะ! ขอร้องละค่ะใจเย็นลงหน่อยเถอะค่ะ นี่เป็นวิกฤตครั้งใหญ่ของตระกูลอุชิโรมิยะ คุณยังมาพูดเรื่องเพ้อฝันอย่างนั้นอีกเหรอค่ะ!!"
    "น...นัตสึฮิ..."
    "คุณก็ทำใจให้เย็นลงและคิดวิธีหาเงินโดยคิดถึงความเป็นจริงด้วยเถอะค่ะ...! ฉันก็จะไปพยายามทำใจตัวเองให้เย็นลงเหมือนกันค่ะ....!"
    นัตสึฮิพูดทั้งนํ้าตาและเธอก็เดินจากไป
    "ด...เดี๋ยวสิ...นัตสึฮิ......"

    หลังจากล้มลงจึงทำให้เขาได้สติละมั่งเคลาส์พยายามเรียกนัตสึฮิ แต่เธอก็ไม่หยุด
    เสียงประตูปิดดัง ปัง และนัตสึฮิก็วิ่งออกจากห้องไป
    เธอวิ่งออกมาที่โถงทางเดินทั้งๆที่ไม่อยากให้ใครได้เห็นใบหน้านี้แท้ๆ เธอดันชนเข้ากับเก็นจิ

    "ต้องขอประทานโทษเป็นอย่างสูงครับ คุณนายเป็นไรหรือเปล่าครับ...?"
    "ฉ ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ ไม่ต้องมายุ่งได้ไหมค่ะ...!!"
    "..........เข้าใจแล้วครับ"
    "อ๊ะ...เก็นจิ...ห้องของท่านพ่อยังเหมือนเดิมใช่ไหมค่ะ"
    "ยังเหมือนเดิมครับ ส่วนคุณหมอนันโจรออยู่ในห้องรับแขกครับ"
    "อย่างงั้นเหรอค่ะ......แล้วได้เก็บกุญแจห้องของท่านพ่อไว้ไหมค่ะ?"
    "ครับ อยู่กับผมครับ"
    "กุญแจนี้ฉันขอยืมไว้ก่อนนะค่ะ แล้วขอให้ฉันได้อยู่กับท่านพ่อเพียงลำพัง ถ้าสามีฉันถามว่าฉันอยู่ไหนบอกว่าไม่รู้นะค่ะ"
    "...เข้าใจแล้วครับ"

    นัตสึฮิรับกุญแจมาจากเก็นจิแล้ววิ่งขึ้นบันไดใหญ่แล้วเข้าไปในห้องของคินโซและเธอก็ร้องไห้

    "...ท่านพ่อค่ะ...โปรดให้อภัยฉันกับสามีที่แสนโง่เขลา!!...และไม่สามารถรับสืบทอดสิ่งที่ท่านพ่อสร้างขึ้นมาได้ด้วยเถอะค่ะ...!
    ได้โปรดให้อภัยพวกเราที่แสนโง่เขลาด้วยเถอะค่ะ......ถ้าเกิดท่านพ่อให้อภัยละก็...ได้โปรด...ได้โปรด...ชี้นำทางให้พวกเราด้วยเถอะค่ะ"

    นัตสึฮิก้มหน้าลงที่แขนของคินโซที่หลับไหลบนเตียงและร้องไห้ออกมา
    เธอคิดนับครั้งไม่ถ้วนว่าคินโซอาจจะลุกขึ้นอย่างง่ายดายและลูบหัวเธอ
    ...ไม่สิ ท่านพ่อไม่ใช่คนที่ยอมอ่อนโยนง่ายๆเช่นนั้น ท่านคงตะโกนว่าหนวกหูไม่ผิดแน่
    แต่ว่าความคิดเพ้อฝันเหล่านั้นของเธอก็ไม่เกิดขึ้นแม้แต่อันเดียว
    การหลับไหลตลอดกาลของคินโซนั้นเป็นความจริงที่ไม่อาจบิดเบือนได้
    ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ตามนัตสึฮิยังคงขอการให้อภัยและการช่วยเหลือจากคินโซผู้หลับไหล
    ท่านพ่อพึ่งเสียไปได้ไม่กี่ชั่วโมงบางที่วิญญาณของท่านอาจจะยังวนเวียนอยู่ในห้องนี้ก็เป็นได้และอาจจะพูดคุยกับเธอก็ได้
    นัตสึฮิเชื่อเช่นนั้นและ...เธอยังคงขอการให้อภัยและการช่วยเหลือจากคินโซผู้หลับไหลต่อไป

    "หนวกหูจริงๆ ฉันบอกอยู่เสมอไม่ใช่เหรอไงว่าให้เคารพด้วยความเงียบสงบ"
    "...เอ๊ะ"

    เสียงนั้นทำให้นัตสึฮิตกใจจนแทบกระโดดขึ้นมาทีเดียว
    พอหันไปมองที่มาของเสียงเธอก็ได้เห็นคินโซนั่งอยู่ที่เก้าอี้โต๊ะหนังสือด้วยสภาพที่ดูเรือนราง...

    "ทะเลาะกับเจ้าเคลาส์อีกแล้วเรอะ ทำให้เมียเศร้าแบบนี้ มันรับแต่ส่วนไม่ดีของฉันไปทั้งนั้นเลยนะ เจ้าเคลาส์"
    "ทะ...ท่านพ่อเหรอค่ะ..."
    "...สภาพที่น่าอับอายนี่มันอะไรกัน เช็ดหน้าซะ ภรรยาของว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไปไม่ใช่เรอะ เจ้าไม่ควรให้พวกคนรับใช้ได้เห็นใบหน้าเช่นนี้ เข้าใจไหม"
    "ค...ค่ะ ท่านพ่อ...ขอประทานอภัยด้วยค่ะ"

    ...นัตสึฮิเข้าใจว่าที่เธอเห็นเบื้องหน้าคือคินโซในความทรงจำของเธอที่เธออธิฐานอยากให้เขาได้รับฟังเรื่องราวของเธอ
    ...ไม่สิ ไม่ใช่แบบนั้น...
    ...แค่ตอนนี้เท่านั้นที่ฉันขอเชื่อว่านี่คือวิญญาณของท่านพ่อจริงๆและถ้าเธอสงสัยเขาคงจะมะลายหายไปเหมือนอากาศธาตุไม่ผิดแน่

    "หลังจากรับเก้าอี้ผู้นำตระกูลก็เจอเรื่องน่ารำคาญทันทีเลยนะ..."
    "ค ค่ะ ท่านพ่อ...ฉันช่วยเหลืออะไรสามีไม่ได้เลย...ต้องขอประทานอภัยด้วยค่ะ..."
    "หึ ตระกูลอุชิโรมิยะถูกสาปจริงๆ ตอนฉันรับเก้าอี้ผู้นำ สถานการณ์ก็ยํ่าแย่มาก ความลำบากของพวกเจ้าน่ะเป็นได้แค่ของน่ารักเท่านั้นล่ะ"

    คินโซในตอนที่เขารับตำแหน่งผู้นำตระกูลเขาเป็นแค่ชายหนุ่มธรรมดาๆในตระกูลย่อยของตระกูลหลักเท่านั้น
    ถึงแม้ในตระกูลหลักจะมีพิธีกรรมหรือธรรมเนียมอะไรก็ตามแต่คินโซก็ไม่รู้และไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนั้นเลย
    แล้วหลังจากผู้นำตระกูลหลักเสียชีวิตในเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในคันโตและธุรกิจของตระกูลก็ล้มละลายเช่นกัน
    และในตอนนั้นตระกูลอุชิโรมิยะ ยังมีปัญหาเรื่องลำดับตำแหน่งของพวกญาติๆอีกด้วย
    ซึ่งก็อยู่ในสภาพที่พวกผู้เฒ่าผู้แก่ของตระกูลก็ต่อต้านคัดค้านกันเองและแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย
    ทำให้ไม่สามารถเลือกผู้นำตระกูลคนใหม่ที่จะมาช่วยฟื้นฟูตระกูลได้ซะที
    ในสถานการณ์แบบนั้นของพวกผู้เฒ่าผู้แก่ของตระกูล อยู่ๆคินโซชายหนุ่มในตระกูลย่อยที่ไม่ได้อยู่ฝ่ายไหนเลยก็ถูกเลือกให้เป็นผู้นำตระกูลคนต่อไป
    แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นแต่ในความเป็นจริงพวกผู้เฒ่าผู้แก่ไม่ได้ให้คินโซได้เป็นผู้นำตระกูลจริงๆ
    คินโซเป็นแค่ตุ๊กตาที่พวกเขาจะเชิดยังไงก็ได้เท่านั้น...

    Magic of Miracle II
    Spoiler:
    "ค่ะ...ฉันรู้เรื่องวันคืนอันแสนลำบากของท่านพ่อดีค่ะ"
    "แล้วสงครามก็ได้เกิดขึ้น ตัวฉันในตอนนั้นไม่ได้อยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอยู่แล้ว หวังลึกๆในใจว่าคงได้ตายในสงคราม แต่สุดท้ายก็ไม่ถูกส่งไปรบแนวหน้า...
    ...แต่สถานการณ์ก็เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ และการต่อสู้บนพื้นแผ่นดินหลักก็ใกล้เข้ามา วันที่ฉันหวังไว้ในที่สุดก็มาถึงซะที"

    ในวันคืนที่เหมือนกับได้ยินเสียงก้าวเดินของยมทูตทุกวันนั้น ได้ยินว่าคินโซค่อยๆทิ้งห่วงที่มีบนโลกใบนี้ทีละเล็กทีละน้อย
    จนในที่สุดก็มาถึงวันที่เขาทิ้งมันจนหมด ในวันหนึ่งที่เขาเป็นแบบนั้นแล้ว...
    ว่ากันว่าเขาได้พบประสบการณ์ที่แสนลึกลับ...
    ...ว่ากันว่าคินโซได้พบกับเธอ แม่มดทองคำเบียทรีเช่...

    "ฉันได้ทำพันธะสัญญากับแม่มดและได้รับพลังความบ้าคลั่งกับพลังของทองคำมา ในวันนั้นตัวฉันคนเก่าตายไป และเกิดใหม่ด้วยเวทมนตร์แห่งความบ้าคลั่ง"
    "ฉันทราบดีค่ะ...และหลังจากนั้นท่านพ่อก็ฟื้นตระกูลขึ้นมาใหม่ด้วยความอัจฉริยภาพทางธุรกิจ หลังสงครามจบลงใช่ไหมค่ะ"

    พวกผู้เฒ่าผู้แก่ที่รู้จักคินโซพากันซุบซิบว่าเขาไปล้มหัวฟาดพื้นในสงครามมา ทำให้นิสัยใจคอบุคลิกเปลี่ยนไปหมด...
    ลักษณะของคินโซตอนก่อนสงครามเริ่มและหลังสงครามนั้นช่างแตกต่างจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างเห็นได้ชัด
    ...เรื่องที่ว่าเขาได้พบกับแม่มด ไม่ว่ามันจะจริงหรือโกหกก็ตาม
    แต่การที่เขาเปลี่ยนไปแบบนี้คงเป็นเพราะประสบการณ์ที่ผิดธรรมชาติที่เขาได้เจอในสงครามไม่ผิดแน่
    มันคงทำให้เขาเตรียมพร้อมแม้ความตายจะมาเยือนและคงทำให้เขารู้แจ้งอะไรบางอย่าง
    ผลลัพธ์ของประสบการณ์ลึกลับที่เขาเจอ แม้เขาจะบอกว่าได้พบแม่มด คนอื่นๆก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเขาได้เจอจริงๆ...

    "...นั่นสินะค่ะ...ท่านพ่อได้กลับจากสงครามและได้พบแม่มดเบียทรีเช่และท่านพ่อก็ได้เป็นผู้นำตระกูลอุชิโรมิยะอย่างแท้จริง"
    "ใช่แล้ว ตัวฉันในตอนนั้นเป็นได้แค่ตุ๊กตาที่ถูกเชิดเท่านั้น หลังจากได้พบแม่มดทองคำเบียทรีเช่ฉันถึงได้เป็นผู้นำตระกูลอย่างแท้จริง"
    "...ท่านพ่อค่ะ...แม่มดทองคำคนนั้น...จะยอมให้ว่าที่ผู้นำตระกูลคนใหม่อย่างสามีของฉันเคลาส์ยืมพลังไหมค่ะ"
    "ถ้าเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งอย่างแท้จริงล่ะก็คงให้ยืม"
    "สะ สืบทอดตำแหน่งอย่างแท้จริง หมายความว่าไงเหรอค่ะ..."
    "ในความหมายที่แท้จริง ว่าจะมีความรับผิดชอบและความภาคภูมิในตระกูลอุชิโรมิยะหรือไม่...
    ...นัตสึฮิถ้าเป็นเจ้าคงเข้าใจว่าการสืบทอดไม่ได้หมายความว่าจะเป็นสืบทอดผ่านสายเลือด แต่เป็นการสืบทอดผ่านทางความเชื่อและจิตวิญญาณ...
    ...แม้ว่า เคลาส์จะเป็นลูกชายคนโตแต่ถ้ามันไม่มีสิ่งเหล่านี้ก็ไม่คู่ควรที่จะเป็นผู้สืบทอดที่แท้จริง และถ้ามีผู้ที่มีสิ่งเหล่านี้อยู่ในใจ
    แม้คน คนนั้นจะไม่ใช่เจ้าเคลาส์ก็ตาม ก็ถือได้ว่าคน คนนั้นคือผู้นำตระกูลคนใหม่.........ถูกไหม เบียทรีเช่!!"

    หลังจากมีการเรียกชื่อของแม่มดทองคำ...เหล่าผีเสื้อทองคำก็ค่อยๆปรากฏในอากาศโดยรอบและเหมือนกับนํ้าพุ ผีเสื้อเหล่านั้นกระจายไปทั่วทั้งห้อง
    ภาพที่ดูเหมือนภาพลวงตาที่เห็นนั้น ประดุจดั่งภาพที่แสนงดงามจนแทบไม่คิดว่ามีบนโลกใบนี้
    ดุจดั่งผีเสื้อเหล่านั้นค่อยๆบินไปมาและละอองทองคำที่เหมือนเป็นหิมะที่ร่วงหล่นสู่ดอกกุหลาบในสวนกุหลาบทองคำก็ไม่ปาน
    หลังจากที่ได้แต่เหม่อมองภาพเหล่านั้น ผีเสื้อทองคำเหล่านั้นก็ค่อยๆรวมตัวกันจนเป็นรูปร่างของมนุษย์ขึ้นมา
    ......และแม่มดในภาพวาดก็ปรากฏตัวขึ้นมา............

    "ถูกต้อง เราคือผู้ให้การแนะนำการเล่นแร่แปรธาตุประจำตระกูลอุชิโรมิยะ แม่มดทองคำ เบียทรีเช่......เราเป็นอิสระและไม่ยึดเหนี่ยว!
    ไม่ว่าคำสั่งของใครเราก็ไม่ฟัง"
    (เบียโต้ในที่นี้คือหมากในเกมของแลมด้าแต่ก็มีความคิดของตัวเอง จากคนแปล)
    "และผู้ที่ครอบครองแต่เพียงผู้เดียวก็คือฉันคนนี้......และถึงได้เหมาะสมที่จะเป็นผู้นำตระกูลอุชิโรมิยะ"
    "หึ ความโอหังนั่นต่างหากละถึงจะสมกับเป็นผู้นำตระกูลอุชิโรมิยะ"
    "เต็มเปี่ยมไปด้วยความโอหัง และความกล้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ และความพยายามที่จะหาพลังที่เท่าเทียมกับสิ่งเหล่านั้น
    ด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานเหมือนดั่งภาพที่ถูกวาดยังไงก็ยังล้นเกินกรอบของภาพออกมาอยู่ดี.......เพราะฉะนั้น ฉันถึงได้เป็นผู้ครอบครองเจ้า"
    "......ชายที่พูดถึงความโอหังและได้เป็นเช่นนั้นการเฝ้าดูมนุษย์อย่างเจ้าเป็นอะไรที่น่ารื่นเริงจริงๆ ทำก่อนพูดเป็นแค่คำแก้ตัวของพวกที่โชคดีเท่านั้น...
    ...ผู้นำตระกูลที่แท้จริงพูดถึงของที่ไม่มีอยู่ว่ามีอยู่ก็ยังได้และแสดงด้วยความโอหังด้วยการแสดงให้ได้เห็นว่ามีจริงๆในภายหลัง...
    ...ผู้ที่จะครอบครองเราต้องมีความโอหังดั่งราชันเช่นนั้น"
    "เข้าใจไหมนัตสึฮิ ราชันที่แท้จริงต้องไม่หวาดหวั่นต่อความลำบากทั้งหลายที่ผ่านเข้ามาและประกาศกร้าวว่าจะก้าวผ่านมันให้ได้ แม้จะยังไม่รู้วิธีก็ตาม
    เพราะอย่างนั้นเหล่าคนอ่อนแอที่มีความหวังจะมารวมตัวกันและมาร่วมมือกัน และที่นั่นก็จะเกิดพลัง สิ่งที่ประกาศไว้จะถูกทำให้เป็นจริง
    จงจำเรื่องเหล่านี้ไว้ให้ขึ้นใจ"
    "...ค ค่ะ...ท่านพ่อ"

    นัตสึฮิเข้าใจว่า...... คินโซได้สอนวิธีที่จะผ่านความยากลำบากที่จะผ่านเข้ามาหาเธอผ่านประสบการณ์ลึกลับนี้ แม้จะหลังจากที่เขาได้เสียไปแล้วก็ตาม
    เธอรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่ค่อยๆอบอุ่นขึ้นในใจของเธอและเธอก็คิดถึงคำพูดที่แสนมีคุณค่านี้ของคินโซในความคิดของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า
    ...ราชันที่แท้จริง......ผู้นำตระกูลอุชิโรมิยะที่แท้จริงจะต้องไม่หวาดหวั่นต่อความยากลำบากที่จะผ่านเข้ามา...
    ไม่ว่าความยากลำบากแบบใดจะผ่านเข้ามาก็ต้องเชื่อมั่นว่าจะผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน...
    ถ้าแม้แต่ตนเองยังเชื่อมั่นในเรื่องนี้ไม่ได้ก็จงอย่าคิดหาเหตุผลอื่นๆว่าจะผ่านความลำบากนั้นไปได้...
    ......หลังจากนึกถึงคำพูดเหล่านี้เธอรู้สึกสมเพชตัวเองที่เข้ามาร้องไห้และถามท่านพ่อว่าจะทำยังไงดีขึ้นมาทันที

    "ฉัน...ช่างโง่เขลาเหลือเกินค่ะ"
    "............................"
    "...วิกฤตครั้งใหญ่ของตระกูลอุชิโรมิยะแท้ๆ ฉันจะไม่มานั่งร้องไห้ด้วยเรื่องแค่นี้ให้เสียเวลาอีกต่อไปค่ะและยังได้รับตระกูลอุชิโรมิยะสืบทอดต่อมาจากท่านพ่ออีก
    ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพวกเราก็จะขอปกป้องรักษาเกียรติยศนี้ไว้ให้ได้ค่ะ"
    "โฮ่....แล้วนึกโครงร่างของวิธีและวิธีที่จะใช้หนี้สินของเคลาส์ได้แล้วงั้นรึ"

    เบียทรีเช่ยิ้มอย่างดูถูก................ไม่สิ เธอถามนัตสึฮิถึงสิ่งที่ราชันที่แท้จริงควรมี เพราะฉะนั้น นัตสึฮิถึงไม่ลังเลเลยที่จะตอบ

    "ค่ะ ถึงแม้ตอนนี้ยังไม่รู้ก็ตามว่าจะใช้วิธีไหนดี แต่ว่าสามีของฉันคือผู้นำตระกูลอุชิโรมิยะคนต่อไป ฉันในฐานะภรรยาที่คอยช่วยเหลือเขา
    ขอประกาศแทนสามี ณ ที่นี้ค่ะ"
    "เราจะรับฟัง"
    "อุชิโรมิยะ เคลาส์และนัตสึฮิจะก้าวผ่านความยากลำบากครั้งนี้และปกป้องเกียรติยศของตระกูลไว้ให้ได้ค่ะ ขอท่านพ่ออย่าได้เป็นห่วงค่ะ"
    ".....เจ้าคงรู้ถึงขนาดความใหญ่ของหนี้ของเจ้าเคลาส์และสถานการณ์นี้ดีใช่ไหม?"
    "ค่ะ สถานการณ์ที่ยํ่าแย่ที่ถ้าถูกฝ่ายนั้นสั่งมาก็อาจจะต้องออกจากคฤหาสน์นี้พรุ่งนี้หรือวันมะรืนก็เป็นได้และถ้าเป็นเรื่องมรดกก็อาจถูกพวกญาติๆฟ้องขึ้นศาลได้ทันทีค่ะ แต่ท่านพ่อไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงค่ะ ก่อนที่สถานการณ์จะเป็นแบบนั้น พวกเราจะจ่ายหนี้สินที่มีให้เรียบร้อยและทวงเกียรติยศคืนมาให้ได้ค่ะ"

    นัตสึฮิพูดออกมาอย่างชัดเจน เธอตัวตรงและอยู่ในท่ายืนตรงที่สง่างาม
    นัตสึฮิประกาศออกมาภายใต้การเฝ้ามองของอุชิโรมิยะ คินโซและเบียทรีเช่
    พวกคินโซเงียบอยู่พักนึงเหมือนพวกเขากำลังประเมินคำประกาศของเธออยู่
    แล้วคินโซก็หันหลังและหัวเราะเบาๆ...

    "...น่าเสียดายจริงๆ...ทำไมเจ้านี่ถึงไม่มาเกิดเป็นลูกชายของฉัน"
    "ลูกชายที่ได้แต่งกับหญิงเช่นนี้ก็ถือว่าดวงดีทีเดียวนะ"
    ".....................เบียทรีเช่คำสั่งสุดท้ายของฉัน"
    "เราไม่มีความจำเป็นต้องฟังคำสั่งของผู้ที่ไม่ใช่ผู้นำตระกูลเช่นเจ้าแล้วนะ"
    "โฮ่ งั้นเจ้าก็จงทำตามคำสั่งของผู้นำตระกูลคนใหม่ซะ"
    "เจ้าไมใช่ผู้นำตระกูลแล้วและเคลาส์ก็ยังไม่คู่ควร หมายความว่าเราไม่จำเป็นต้องรับใช้ใครไงละ"
    "ให้เจ้าตัดสินแล้วกันว่าเหมาะสมแก่การสืบทอดตระกูลอุชิโรมิยะและเหมาะสมที่จะครอบครองตราเหยี่บวปีกเดียวหรือไม่......เจ้าตัดสินใจเอาเองแล้วกัน"
    "ขอปฏิเสธ เรื่องอะไรเราต้องฟังคำสั่งของผู้ที่ไม่ใช่ผู้นำตระกูลแล้ว"
    "ผิดแล้ว นี่เป็นคำสั่งเสียก่อนตายที่ฉันมอบเป็นคำสั่งสุดท้ายให้เจ้า"
    "...คุคุคุ งั้นคงไม่ทำตามไม่ได้ละนะ เราก็นิสัยดีกับเขาเหมือนกันนะเนี่ย"
    "ผิดแล้ว"
    "โฮ่?"
    "แค่สนใจขึ้นมาเฉยๆใช่ไหมละ"
    "นี่เราคงซ่อนอะไรเจ้าไม่ได้เลยซินะ"
    "นัตสึฮิ"
    "ค่ะ ท่านพ่อ..."
    "ลองก้าวผ่านความยากลำบากครั้งนี้ไปให้ดูสิ"
    ".....คะ......ค่ะ"

    ถึงแม้การตอบนี้สำหรับนัตสึฮิแล้วจะเป็นเพียงแค่การตอบกลับเฉยๆ
    แต่สำหรับเบียทรีเช่แล้วเหมือนจะมีความหมา

      เวลาขณะนี้ Fri Dec 09, 2016 6:35 pm